ผศ.ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในฐานะประธานสภาคณบดี คณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) เปิดเผยว่า การปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม ต้องเป็นหลักสูตรที่ช่วยแก้ปัญหาการว่างงาน และช่วยให้บัณฑิตมีคุณภาพ โดยต้องสอนให้เด็กรู้จักตนเอง และเลือกอาชีพได้ก่อนจบ ม.3 หลังจากนั้นให้ เลือกเรียนในสายที่เหมาะสมกับความถนัด ความสามารถ และจะทำให้มีงานทำเลี้ยงชีพได้ หลังสำเร็จการศึกษาภาคบังคับแล้ว ผู้เรียนต้องมีทางเลือก 3 ทาง คือ 1.สายวิชาการ อาทิ แพทย์ เภสัชกร ผู้พิพากษา เป็นต้น 2.สายอาชีพ อาทิ ช่างอุตสาหกรรม ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสายอาชีพเฉพาะทาง เช่น ตำรวจ ทหาร 3.สายประกอบอาชีพ สำหรับผู้มีความสามารถเป็นพิเศษ เช่น นักกีฬา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง จะเข้าสู่อาชีพที่มีรายได้มั่นคงประธาน ส.ค.ศ.ท.กล่าวอีกว่า หากผู้เรียนต้องการทำงานสายวิชาการก็ให้เข้าเรียนสายสามัญ ซึ่งไม่ควรเกินร้อยละ 40 ของนักเรียนทั้งประเทศ ผู้ที่ต้องการมีอาชีพให้เรียนสายอาชีพ ส่วนสายประกอบอาชีพ ก็เรียนนอกระบบ และตามอัธยาศัย อาชีพทั้ง 3 เส้นทาง มีระบบที่ให้ศึกษาต่อจนถึง ป.เอกได้ ทั้งนี้ หลักสูตรพื้นฐานจะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของประเทศ ตราบใดที่นักเรียนสายสามัญศึกษายังมีมากกว่าร้อยละ 60 เหมือนปัจจุบัน ก็จะเกิดปัญหาแย่งชิงที่เรียน เด็กที่จบจำเป็นต้องเรียนต่อ ป.ตรี ทำให้มหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพในการรับเด็ก ปัจจุบันเด็กไม่รู้จักตนเอง ครูก็ไม่รู้จักนักเรียน พ่อแม่ก็ต้องส่งลูกเรียนสายสามัญไว้ก่อน ในที่สุดก็จะตกงาน.
Monday, April 1, 2013
จี้ปรับหลักสูตรพื้นฐานแก้เด็กตกงาน
จี้ปรับหลักสูตรพื้นฐานแก้เด็กตกงาน
ผศ.ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในฐานะประธานสภาคณบดี คณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) เปิดเผยว่า การปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม ต้องเป็นหลักสูตรที่ช่วยแก้ปัญหาการว่างงาน และช่วยให้บัณฑิตมีคุณภาพ โดยต้องสอนให้เด็กรู้จักตนเอง และเลือกอาชีพได้ก่อนจบ ม.3 หลังจากนั้นให้ เลือกเรียนในสายที่เหมาะสมกับความถนัด ความสามารถ และจะทำให้มีงานทำเลี้ยงชีพได้ หลังสำเร็จการศึกษาภาคบังคับแล้ว ผู้เรียนต้องมีทางเลือก 3 ทาง คือ 1.สายวิชาการ อาทิ แพทย์ เภสัชกร ผู้พิพากษา เป็นต้น 2.สายอาชีพ อาทิ ช่างอุตสาหกรรม ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสายอาชีพเฉพาะทาง เช่น ตำรวจ ทหาร 3.สายประกอบอาชีพ สำหรับผู้มีความสามารถเป็นพิเศษ เช่น นักกีฬา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง จะเข้าสู่อาชีพที่มีรายได้มั่นคงประธาน ส.ค.ศ.ท.กล่าวอีกว่า หากผู้เรียนต้องการทำงานสายวิชาการก็ให้เข้าเรียนสายสามัญ ซึ่งไม่ควรเกินร้อยละ 40 ของนักเรียนทั้งประเทศ ผู้ที่ต้องการมีอาชีพให้เรียนสายอาชีพ ส่วนสายประกอบอาชีพ ก็เรียนนอกระบบ และตามอัธยาศัย อาชีพทั้ง 3 เส้นทาง มีระบบที่ให้ศึกษาต่อจนถึง ป.เอกได้ ทั้งนี้ หลักสูตรพื้นฐานจะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของประเทศ ตราบใดที่นักเรียนสายสามัญศึกษายังมีมากกว่าร้อยละ 60 เหมือนปัจจุบัน ก็จะเกิดปัญหาแย่งชิงที่เรียน เด็กที่จบจำเป็นต้องเรียนต่อ ป.ตรี ทำให้มหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพในการรับเด็ก ปัจจุบันเด็กไม่รู้จักตนเอง ครูก็ไม่รู้จักนักเรียน พ่อแม่ก็ต้องส่งลูกเรียนสายสามัญไว้ก่อน ในที่สุดก็จะตกงาน.
ผศ.ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในฐานะประธานสภาคณบดี คณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) เปิดเผยว่า การปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม ต้องเป็นหลักสูตรที่ช่วยแก้ปัญหาการว่างงาน และช่วยให้บัณฑิตมีคุณภาพ โดยต้องสอนให้เด็กรู้จักตนเอง และเลือกอาชีพได้ก่อนจบ ม.3 หลังจากนั้นให้ เลือกเรียนในสายที่เหมาะสมกับความถนัด ความสามารถ และจะทำให้มีงานทำเลี้ยงชีพได้ หลังสำเร็จการศึกษาภาคบังคับแล้ว ผู้เรียนต้องมีทางเลือก 3 ทาง คือ 1.สายวิชาการ อาทิ แพทย์ เภสัชกร ผู้พิพากษา เป็นต้น 2.สายอาชีพ อาทิ ช่างอุตสาหกรรม ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสายอาชีพเฉพาะทาง เช่น ตำรวจ ทหาร 3.สายประกอบอาชีพ สำหรับผู้มีความสามารถเป็นพิเศษ เช่น นักกีฬา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง จะเข้าสู่อาชีพที่มีรายได้มั่นคงประธาน ส.ค.ศ.ท.กล่าวอีกว่า หากผู้เรียนต้องการทำงานสายวิชาการก็ให้เข้าเรียนสายสามัญ ซึ่งไม่ควรเกินร้อยละ 40 ของนักเรียนทั้งประเทศ ผู้ที่ต้องการมีอาชีพให้เรียนสายอาชีพ ส่วนสายประกอบอาชีพ ก็เรียนนอกระบบ และตามอัธยาศัย อาชีพทั้ง 3 เส้นทาง มีระบบที่ให้ศึกษาต่อจนถึง ป.เอกได้ ทั้งนี้ หลักสูตรพื้นฐานจะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของประเทศ ตราบใดที่นักเรียนสายสามัญศึกษายังมีมากกว่าร้อยละ 60 เหมือนปัจจุบัน ก็จะเกิดปัญหาแย่งชิงที่เรียน เด็กที่จบจำเป็นต้องเรียนต่อ ป.ตรี ทำให้มหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพในการรับเด็ก ปัจจุบันเด็กไม่รู้จักตนเอง ครูก็ไม่รู้จักนักเรียน พ่อแม่ก็ต้องส่งลูกเรียนสายสามัญไว้ก่อน ในที่สุดก็จะตกงาน.
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
Blog Archive
-
▼
2013
(252)
- ► 04/21 - 04/28 (12)
- ► 04/14 - 04/21 (9)
- ► 04/07 - 04/14 (21)
-
▼
03/31 - 04/07
(21)
- สธ.หวั่นยอดป่วยไข้เลือดออกพุ่ง เหตุเคลื่อนย้ายคนช่...
- เฟ้นหา เด็กไทย ประกวดบรรจุภัณฑ์ระดับเอเชีย
- โพลเผยร้อนนี้คนไทยนิยมอยู่บ้านอาบน้ำทาแป้งเย็น
- สธ.สั่งคุมเข้มหวัดนก หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตที่กั...
- พม.ลุ้นของบฯ2พันล้านดูแล-สร้างอาชีพผู้สูงอายุ
- วอน สพฐ.คลายกฎหนุนครูสอนนอกห้อง
- สอศ.เปิดปริญญาตรีไม่กระทบเอกชน
- สส.ทำฮับสิ่งแวดล้อมรับอาเซียน
- อาชีวะอ้าแขนรับ ปวช.รอบสอง 20-30 เม.ย.นี้
- สธ.ออกมาตรการคุมเข้มไข้หวัดนกเอช 7 เอ็น 9
- ม็อบลูกจ้างชั่วคราว สพฐ.บุกทวงสัญญา อัดอั้นหวั่นถู...
- พบวิธีเผด็จศึก โรคมะเร็งทั้งฝูง
- สหรัฐยังติดใจ ภัยโทรศัพท์มือถือ
- เด็กไทยป่วยออทิสติกพุ่งเฉียด 2 แสนราย สธ.เปิดรพ.กว...
- ร้านหมอฟันทำ เมืองอลหม่าน
- จี้ปรับหลักสูตรพื้นฐานแก้เด็กตกงาน
- เครื่องป้องกันตายสะกิดให้รู้หัวใจวาย
- ดาวหางเพชฌฆาตกวาดล้างไดโนเสาร์
- เผย ก.ม.ใหม่ป้องกัน จดหมายเหตุชาติ สกัดลอกเลียน-ขโ...
- ตายเพราะเกลือ ปี 2,300,000 คน
- แผ่นดินไหว หลอมทองคำ
- ► 03/24 - 03/31 (18)
- ► 03/10 - 03/17 (12)
- ► 03/03 - 03/10 (18)
- ► 02/24 - 03/03 (21)
- ► 02/17 - 02/24 (21)
- ► 02/10 - 02/17 (9)
- ► 02/03 - 02/10 (27)
- ► 01/27 - 02/03 (18)
- ► 01/20 - 01/27 (21)
- ► 01/13 - 01/20 (12)
- ► 01/06 - 01/13 (12)
-
►
2012
(129)
- ► 12/30 - 01/06 (21)
- ► 12/23 - 12/30 (6)
- ► 12/16 - 12/23 (15)
- ► 12/09 - 12/16 (10)
- ► 12/02 - 12/09 (21)
- ► 11/25 - 12/02 (16)
- ► 11/18 - 11/25 (13)
- ► 11/11 - 11/18 (7)
- ► 11/04 - 11/11 (12)
- ► 10/28 - 11/04 (4)
- ► 10/21 - 10/28 (4)
-
►
2010
(475)
- ► 06/13 - 06/20 (16)
- ► 05/30 - 06/06 (5)
- ► 05/23 - 05/30 (25)
- ► 05/16 - 05/23 (44)
- ► 05/09 - 05/16 (55)
- ► 05/02 - 05/09 (15)
- ► 04/25 - 05/02 (25)
- ► 04/18 - 04/25 (19)
- ► 04/11 - 04/18 (25)
- ► 04/04 - 04/11 (80)
- ► 03/28 - 04/04 (40)
- ► 03/14 - 03/21 (126)
No comments:
Post a Comment