ผลพวงจากปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นไทยได้เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสำนักเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลวันวาเลนไทน์ พร้อมจัดเสวนาหัวข้อ "เมื่อวัยเรียนก้าวพลาดในความรัก เราจะตั้งหลักกันอย่างไร" นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ข้อมูลระบุว่า ขณะนี้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั่วประเทศ 15 ล้านคน มีกว่า 1 แสนคน ประสบปัญหาท้องในวัยเรียน ซึ่งกลุ่มเยาวชนเหล่านี้ประมาณ 5 หมื่นคน ได้กลายเป็นผู้ก่ออาชญากรรมกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากถูกกดดันจากสังคมและถูกตีตราว่าเป็นเด็กไม่ดี เป็นเด็กที่สร้างปัญหาให้แก่สังคม จึงส่งผลให้กลุ่มเด็กหญิงที่ก้าวพลาดคิดว่าตนเองได้ทำความผิดที่ร้ายแรง ในที่สุดจึงหลงเดินทางผิดมากขึ้น เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ถูกสังคมตัดสินความผิดไปแล้ว ขณะเดียวกันหลักสูตรการศึกษาในประเทศไทยยังขาดเรื่องการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับความรักในวัยเรียน ทำให้การเรียนการสอนในสถานศึกษามุ่งเน้นเพียงแต่ด้านวิชาการ เด็กนักเรียนจึงขาดความพร้อมด้านทักษะในการดำเนินชีวิต ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงควรพิจารณาเพิ่มหลักสูตรในสถานศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมากขึ้น เพราะการใช้ชีวิตจริงในสังคมบางครั้งเด็กที่เรียนไม่เก่งอาจสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าพวกเรียนเก่ง ตัวอย่างก็มีให้เห็นไม่น้อย "สถิติเกี่ยวกับปัญหาท้องในวัยเรียนของเด็กไทยพุ่งเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 2 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของเรายังไม่ถูกจุด นอกจากนี้สังคมไทยก็ไม่เคยคิดถึงการไปเก็บข้อมูลเด็กที่ท้องไม่พร้อม แต่สามารถกลับมายืนหยัดในสังคม และกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่า เขาเหล่านั้นยังมีโอกาสปรับตัว ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้มีเพียงแต่มุ่งเป้าว่า เด็กที่ทำผิดเป็นคนไม่ได้ โดยลืมมองไปว่าผู้ใหญ่เองนั่นแหละเป็นตัวต้นเหตุของปัญหา" นางทิชากล่าว สอดคล้องกับ นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ผู้ใหญ่ต้องเลิกพูดว่าเด็กเป็นจำเลยของสังคม แม้ในความเป็นจริงส่วนหนึ่งเด็กก็ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด เนื่องจากการตำหนิอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดประโยชน์ ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี กล่าวว่า ช่วงวัยเรียนตนเป็นเด็กที่เรียนดี เกรดเฉลี่ย 3.9 เกือบทุกเทอม แต่เพราะรักในวัยเรียนทำให้ใช้ชีวิตก้าวเดินไปในทางที่ผิด วันนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตคือ การไปฉลองเรียนจบ ม.6 กับเพื่อนและแฟน ด้วยความที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เมื่อลองดื่มทำให้เมาขาดสติจนพลาดตั้งครรภ์ พอรู้ว่าตั้งครรภ์ก็ตกใจและทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าการกระทำแค่ครั้งเดียวจะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตมากขนาดนี้ เพื่อนแนะนำให้ไปเอาเด็กออก แต่ตัดสินใจเล่าความจริงให้พ่อกับแม่ฟัง ที่บ้านก็เสียใจมาก เพราะเป็นลูกคนเดียว จากนั้นไม่นานผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ปรึกษาและตกลงให้แต่งงานกัน ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนได้เพียง 2 ปี มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนสุดท้ายเลือกที่จะแยกทางกัน "ตอนนี้เลี้ยงดูลูกเอง ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูก และตั้งใจไว้ว่าจะเรียนต่อให้จบปริญญาตรี เพื่อเป็นของขวัญให้พ่อและแม่ สิ่งที่ทำให้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตก้าวเดินต่อไปได้ก็เพราะลูก ลูกเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง อยากฝากไปถึงผู้ใหญ่ว่า เมื่อลูกหลานมีปัญหา ไม่ควรโทษเด็กอย่างเดียว โดยเฉพาะการตบตีด่าทอยิ่งไม่ควรทำ เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะเด็กอาจจะหลงไปในทางที่ผิดคิดสั้นได้" น.ส.เอกล่าว
Friday, February 8, 2013
โทษหลักสูตรเด็กไม่รู้วิธีแก้ท้องวัยเรียน
โทษหลักสูตรเด็กไม่รู้วิธีแก้ท้องวัยเรียน
ผลพวงจากปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นไทยได้เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสำนักเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลวันวาเลนไทน์ พร้อมจัดเสวนาหัวข้อ "เมื่อวัยเรียนก้าวพลาดในความรัก เราจะตั้งหลักกันอย่างไร" นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ข้อมูลระบุว่า ขณะนี้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั่วประเทศ 15 ล้านคน มีกว่า 1 แสนคน ประสบปัญหาท้องในวัยเรียน ซึ่งกลุ่มเยาวชนเหล่านี้ประมาณ 5 หมื่นคน ได้กลายเป็นผู้ก่ออาชญากรรมกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากถูกกดดันจากสังคมและถูกตีตราว่าเป็นเด็กไม่ดี เป็นเด็กที่สร้างปัญหาให้แก่สังคม จึงส่งผลให้กลุ่มเด็กหญิงที่ก้าวพลาดคิดว่าตนเองได้ทำความผิดที่ร้ายแรง ในที่สุดจึงหลงเดินทางผิดมากขึ้น เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ถูกสังคมตัดสินความผิดไปแล้ว ขณะเดียวกันหลักสูตรการศึกษาในประเทศไทยยังขาดเรื่องการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับความรักในวัยเรียน ทำให้การเรียนการสอนในสถานศึกษามุ่งเน้นเพียงแต่ด้านวิชาการ เด็กนักเรียนจึงขาดความพร้อมด้านทักษะในการดำเนินชีวิต ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงควรพิจารณาเพิ่มหลักสูตรในสถานศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมากขึ้น เพราะการใช้ชีวิตจริงในสังคมบางครั้งเด็กที่เรียนไม่เก่งอาจสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าพวกเรียนเก่ง ตัวอย่างก็มีให้เห็นไม่น้อย "สถิติเกี่ยวกับปัญหาท้องในวัยเรียนของเด็กไทยพุ่งเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 2 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของเรายังไม่ถูกจุด นอกจากนี้สังคมไทยก็ไม่เคยคิดถึงการไปเก็บข้อมูลเด็กที่ท้องไม่พร้อม แต่สามารถกลับมายืนหยัดในสังคม และกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่า เขาเหล่านั้นยังมีโอกาสปรับตัว ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้มีเพียงแต่มุ่งเป้าว่า เด็กที่ทำผิดเป็นคนไม่ได้ โดยลืมมองไปว่าผู้ใหญ่เองนั่นแหละเป็นตัวต้นเหตุของปัญหา" นางทิชากล่าว สอดคล้องกับ นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ผู้ใหญ่ต้องเลิกพูดว่าเด็กเป็นจำเลยของสังคม แม้ในความเป็นจริงส่วนหนึ่งเด็กก็ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด เนื่องจากการตำหนิอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดประโยชน์ ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี กล่าวว่า ช่วงวัยเรียนตนเป็นเด็กที่เรียนดี เกรดเฉลี่ย 3.9 เกือบทุกเทอม แต่เพราะรักในวัยเรียนทำให้ใช้ชีวิตก้าวเดินไปในทางที่ผิด วันนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตคือ การไปฉลองเรียนจบ ม.6 กับเพื่อนและแฟน ด้วยความที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เมื่อลองดื่มทำให้เมาขาดสติจนพลาดตั้งครรภ์ พอรู้ว่าตั้งครรภ์ก็ตกใจและทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าการกระทำแค่ครั้งเดียวจะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตมากขนาดนี้ เพื่อนแนะนำให้ไปเอาเด็กออก แต่ตัดสินใจเล่าความจริงให้พ่อกับแม่ฟัง ที่บ้านก็เสียใจมาก เพราะเป็นลูกคนเดียว จากนั้นไม่นานผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ปรึกษาและตกลงให้แต่งงานกัน ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนได้เพียง 2 ปี มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนสุดท้ายเลือกที่จะแยกทางกัน "ตอนนี้เลี้ยงดูลูกเอง ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูก และตั้งใจไว้ว่าจะเรียนต่อให้จบปริญญาตรี เพื่อเป็นของขวัญให้พ่อและแม่ สิ่งที่ทำให้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตก้าวเดินต่อไปได้ก็เพราะลูก ลูกเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง อยากฝากไปถึงผู้ใหญ่ว่า เมื่อลูกหลานมีปัญหา ไม่ควรโทษเด็กอย่างเดียว โดยเฉพาะการตบตีด่าทอยิ่งไม่ควรทำ เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะเด็กอาจจะหลงไปในทางที่ผิดคิดสั้นได้" น.ส.เอกล่าว
ผลพวงจากปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นไทยได้เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสำนักเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลวันวาเลนไทน์ พร้อมจัดเสวนาหัวข้อ "เมื่อวัยเรียนก้าวพลาดในความรัก เราจะตั้งหลักกันอย่างไร" นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ข้อมูลระบุว่า ขณะนี้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั่วประเทศ 15 ล้านคน มีกว่า 1 แสนคน ประสบปัญหาท้องในวัยเรียน ซึ่งกลุ่มเยาวชนเหล่านี้ประมาณ 5 หมื่นคน ได้กลายเป็นผู้ก่ออาชญากรรมกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากถูกกดดันจากสังคมและถูกตีตราว่าเป็นเด็กไม่ดี เป็นเด็กที่สร้างปัญหาให้แก่สังคม จึงส่งผลให้กลุ่มเด็กหญิงที่ก้าวพลาดคิดว่าตนเองได้ทำความผิดที่ร้ายแรง ในที่สุดจึงหลงเดินทางผิดมากขึ้น เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ถูกสังคมตัดสินความผิดไปแล้ว ขณะเดียวกันหลักสูตรการศึกษาในประเทศไทยยังขาดเรื่องการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับความรักในวัยเรียน ทำให้การเรียนการสอนในสถานศึกษามุ่งเน้นเพียงแต่ด้านวิชาการ เด็กนักเรียนจึงขาดความพร้อมด้านทักษะในการดำเนินชีวิต ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงควรพิจารณาเพิ่มหลักสูตรในสถานศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมากขึ้น เพราะการใช้ชีวิตจริงในสังคมบางครั้งเด็กที่เรียนไม่เก่งอาจสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าพวกเรียนเก่ง ตัวอย่างก็มีให้เห็นไม่น้อย "สถิติเกี่ยวกับปัญหาท้องในวัยเรียนของเด็กไทยพุ่งเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 2 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของเรายังไม่ถูกจุด นอกจากนี้สังคมไทยก็ไม่เคยคิดถึงการไปเก็บข้อมูลเด็กที่ท้องไม่พร้อม แต่สามารถกลับมายืนหยัดในสังคม และกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่า เขาเหล่านั้นยังมีโอกาสปรับตัว ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้มีเพียงแต่มุ่งเป้าว่า เด็กที่ทำผิดเป็นคนไม่ได้ โดยลืมมองไปว่าผู้ใหญ่เองนั่นแหละเป็นตัวต้นเหตุของปัญหา" นางทิชากล่าว สอดคล้องกับ นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ผู้ใหญ่ต้องเลิกพูดว่าเด็กเป็นจำเลยของสังคม แม้ในความเป็นจริงส่วนหนึ่งเด็กก็ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด เนื่องจากการตำหนิอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดประโยชน์ ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี กล่าวว่า ช่วงวัยเรียนตนเป็นเด็กที่เรียนดี เกรดเฉลี่ย 3.9 เกือบทุกเทอม แต่เพราะรักในวัยเรียนทำให้ใช้ชีวิตก้าวเดินไปในทางที่ผิด วันนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตคือ การไปฉลองเรียนจบ ม.6 กับเพื่อนและแฟน ด้วยความที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เมื่อลองดื่มทำให้เมาขาดสติจนพลาดตั้งครรภ์ พอรู้ว่าตั้งครรภ์ก็ตกใจและทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าการกระทำแค่ครั้งเดียวจะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตมากขนาดนี้ เพื่อนแนะนำให้ไปเอาเด็กออก แต่ตัดสินใจเล่าความจริงให้พ่อกับแม่ฟัง ที่บ้านก็เสียใจมาก เพราะเป็นลูกคนเดียว จากนั้นไม่นานผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ปรึกษาและตกลงให้แต่งงานกัน ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนได้เพียง 2 ปี มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนสุดท้ายเลือกที่จะแยกทางกัน "ตอนนี้เลี้ยงดูลูกเอง ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูก และตั้งใจไว้ว่าจะเรียนต่อให้จบปริญญาตรี เพื่อเป็นของขวัญให้พ่อและแม่ สิ่งที่ทำให้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตก้าวเดินต่อไปได้ก็เพราะลูก ลูกเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง อยากฝากไปถึงผู้ใหญ่ว่า เมื่อลูกหลานมีปัญหา ไม่ควรโทษเด็กอย่างเดียว โดยเฉพาะการตบตีด่าทอยิ่งไม่ควรทำ เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะเด็กอาจจะหลงไปในทางที่ผิดคิดสั้นได้" น.ส.เอกล่าว
Subscribe to:
Posts (Atom)
Blog Archive
-
▼
2013
(252)
-
▼
04/21 - 04/28
(12)
- สจล.รับตรงเพิ่มเติม สาขาวิศวกรรมขนส่งทางราง
- กรมปศุสัตว์ฉลอง 71 ปี เตรียมจัดงาน มหกรรมปศุสัตว์ฯ...
- ฟุลไบร์ท มอบทุน Hubert H.Humphrey Fellowship Progr...
- ปรับหลักสูตร ม.ปลายเพิ่มวิชาชีพ เน้นให้เด็กมีทางเล...
- แผ่นดินไหวใหญ่ ห้ามแผ่นดินไหวเล็ก
- อาหารเมดิเตอร์ฯ กันชนหลายโรค
- สพฐ.เพิ่มความเข้มระบบดูแลนักเรียน
- มาดท่ายืนในลิฟต์ ส่อบอกผู้ดีมีสกุล
- ดาราและพวกคนดัง ต่างสังเวยด้วยอายุส้ัน
- ชงขอรายหัวเพิ่มรับชุดนร.ขึ้นราคา
- แนะคนคอแป๊บ แกล้มด้วยแอโรบิก
- ยาไวอากร้าแชมป์ยาขายดี
- ► 04/14 - 04/21 (9)
- ► 04/07 - 04/14 (21)
- ► 03/31 - 04/07 (21)
- ► 03/24 - 03/31 (18)
- ► 03/10 - 03/17 (12)
- ► 03/03 - 03/10 (18)
- ► 02/24 - 03/03 (21)
- ► 02/17 - 02/24 (21)
- ► 02/10 - 02/17 (9)
- ► 02/03 - 02/10 (27)
- ► 01/27 - 02/03 (18)
- ► 01/20 - 01/27 (21)
- ► 01/13 - 01/20 (12)
- ► 01/06 - 01/13 (12)
-
▼
04/21 - 04/28
(12)
-
►
2012
(129)
- ► 12/30 - 01/06 (21)
- ► 12/23 - 12/30 (6)
- ► 12/16 - 12/23 (15)
- ► 12/09 - 12/16 (10)
- ► 12/02 - 12/09 (21)
- ► 11/25 - 12/02 (16)
- ► 11/18 - 11/25 (13)
- ► 11/11 - 11/18 (7)
- ► 11/04 - 11/11 (12)
- ► 10/28 - 11/04 (4)
- ► 10/21 - 10/28 (4)
-
►
2010
(475)
- ► 06/13 - 06/20 (16)
- ► 05/30 - 06/06 (5)
- ► 05/23 - 05/30 (25)
- ► 05/16 - 05/23 (44)
- ► 05/09 - 05/16 (55)
- ► 05/02 - 05/09 (15)
- ► 04/25 - 05/02 (25)
- ► 04/18 - 04/25 (19)
- ► 04/11 - 04/18 (25)
- ► 04/04 - 04/11 (80)
- ► 03/28 - 04/04 (40)
- ► 03/14 - 03/21 (126)